พจนานุกรม “ส่วนตัว”

พจนานุกรมส่วนตัว.png

เมื่อพูดถึงคำว่า “พจนานุกรม”
หลายคนคงรู้จักกันอยู่แล้วว่า
พจนานุกรม ก็คือ
แหล่งรวมคำต่างๆ ในภาษาใดภาษาหนึ่ง
พร้อมทั้งมีความหมาย และที่มาของคำนั้นๆ ด้วย
.
ซึ่งความหมายของพจนานุกรม
ตามที่อธิบายไว้ข้างต้นนั้น
เป็นพจนานุกรมที่มีไว้สำหรับทุกคนได้ใช้กัน
.
แต่คุณรู้หรือไม่ว่า
คุณแต่ละคนนั้นมีพจนานุกรมส่วนตัว
ที่เก็บรวบรวมคำต่างๆ ที่คุณใช้พูด และสื่อสาร
กับตัวเอง และผู้อื่นมาตลอดชีวิต
.
และคุณเชื่อหรือไม่ว่า
คำต่างๆ ในพจนานุกรมส่วนตัวของคุณ
คือ ตัวแทนที่อธิบายความเป็นไปทั้งหมดในชีวิตของคุณ
.
เพราะคำพูดทุกคำที่คุณใช้พูด หรือสื่อสาร
กับตัวเอง และกับผู้อื่นนั้น
เป็นพลังงานชนิดหนึ่งที่คุณส่งออกไปยังโลก
และมันมีแรงสั่นสะเทือนที่สามารถดึงดูดผลลัพธ์ต่างๆ
ที่มีพลังงานแบบเดียวกันให้ปรากฏขึ้นในชีวิตของคุณ
เช่น คุณพูดกับตัวเองว่า ชีวิตคุณมันห่วย
คุณก็จะพบว่าจะมีเหตุการณ์ต่างๆ
เข้ามาทำให้ชีวิตคุณห่วยตามที่คุณพูดอยู่เสมอ
นี่คือ การทำงานของกฎแรงดึงดูด นั่นเอง
.
ลองสำรวจดูนะคะว่า
พจนานุกรมส่วนตัวของคุณ
บรรจุคำพูดที่ไม่ดี หรือคำพูดลบๆ ไว้เยอะไหม
แล้วมันสัมพันธ์กับความเป็นไปของชีวิตคุณจริงหรือไม่
.
เริ่มต้นปีใหม่แล้ว
น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม
ที่หลายคนจะได้มีโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น
.
เริ่มต้นง่ายๆ ไม่ยุ่งยากค่ะ
แค่คุณโละคำพูดที่ไม่ดี หรือคำพูดลบๆ
ออกจากพจนานุกรมส่วนตัวของคุณ
และเพิ่มคำพูดดีๆ หรือคำพูดที่เป็นบวก
เข้าไปในพจนานุกรมส่วนตัวของคุณแทนเท่านั้นเอง
.
ถ้าคุณทำได้ และทำอย่างต่อเนื่อง
คุณจะพบความเปลี่ยนแปลงในชีวิตคุณอย่างแน่นอน
และคุณจะต้องแปลกใจว่า
การเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้น
มันทำง่ายอย่างนี้ นี่เองเหรอ?
.
พจนานุกรมส่วนตัวของคุณ
เท่ากับ ชีวิตของคุณ
คำพูดทุกคำที่คุณใช้ในชีวิตของคุณ
จึงเท่ากับ คำที่นิยามความหมายของชีวิตคุณ นั่นเองค่ะ
.
ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ
ที่ติดตามอ่านเป็นกำลังใจให้กัน
.
#Comment แสดงความคิดเห็นได้อิสระค่ะ
#กดไลค์ เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
#กดแชร์ วนๆ ไปให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ร่ายเวทมนตร์คาถาเสกมนตราแห่งความสุข
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

โปรแกรมจิตด้วย “ภาษา” เสกคาถาสร้าง “ความสุข”

https://scontent.fbkk1-2.fna.fbcdn.net/v/t1.0-0/s480x480/

ในครั้งก่อนๆ เราพูดถึง
ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์
ที่แสดงให้เห็นพลังของคำพูด
ที่มีผลต่อสิ่งต่างๆ ที่มีชีวิตแต่ไม่มีจิตใจ
เช่น ข้าว และน้ำ เป็นต้น กันไปแล้ว
.
ครั้งนี้เราจะมาพูดกันถึงศาสตร์หนึ่ง
ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีการทดลอง และทดสอบทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า
การใช้ภาษาทั้งคำพูด และภาษากายสื่อสารกับตัวเอง
สามารถเปลี่ยนแปลงความคิด อารมณ์ ความรู้สึก พฤติกรรม นิสัย
และแม้กระทั่งชีวิตของคนนั้นๆ ให้มีผลลัพธ์ตามที่ต้องการได้
.
ศาสตร์นี้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในชื่อว่า NLP
ย่อมาจากคำว่า Neuro-Linguistic Programming
ศาสตร์นี้มีจุดเริ่มต้นจาก จอห์น กรินเดอร์ ซึ่งเป็นนักภาษาศาสตร์
และ ริชาร์ด แบนด์เลอร์ นักคณิตศาสตร์ และ จิตเวช
ที่ร่วมกันศึกษาการถอดแบบจากคนที่ประสบความสำเร็จ
โดยใช้ความรู้ในด้านที่ตนเองถนัดมาศึกษาร่วมกัน
จนสามารถออกแบบกระบวนการปลูกฝังวิธีคิด
วิธีใช้ภาษา และการเคลื่อนไหวทางร่างกาย
เพื่อสร้างสภาวะจิต และรูปแบบการคิดใหม่ที่ทรงพลัง
อันจะส่งผลต่อการแสดงออกทางร่างกายที่ดีเลิศ
เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างการคิด และอารมณ์ในรูปแบบใหม่
ที่จะก่อให้เกิดผลลัพธ์ยอดเยี่ยมในทุก ๆ ด้านของชีวิต
ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การเรียนรู้
การประเมินค่า และเพิ่มประสิทธิภาพความจำ
เปรียบเสมือนการลบโปรแกรมตัวตนคนเดิม
ที่ไม่มีประสิทธิภาพออกไป
แล้วลงโปรแกรมใหม่ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิมลงในสมอง
.
หลายคนคงจะรู้จัก และเคยใช้ศาสตร์ NLP กันอยู่แล้ว
แต่ก็คงมีอีกหลายคนที่ยังไม่เคยรู้จักศาสตร์ NLP มาก่อน
เพจนี้ก็จะนำเรื่องราวเกี่ยวกับศาสตร์ NLP มาแบ่งปัน
เพื่อให้ทุกท่านสามารถนำไปใช้สร้างผลลัพธ์ที่ดี
ให้เกิดขึ้นกับชีวิตของคุณได้ค่ะ
.
จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า
ในสมองมนุษย์มีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า “นิวรอน”
“นิวรอน” คือเซลล์ของระบบประสาท
สื่อสารกันด้วยกระแสไฟฟ้าขนาดเล็กมาก
จับกันเป็นโครงข่ายเหมือนไยแมงมุมทั่วสมอง
นิวรอนจะมี 2 ขาที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อกับนิวรอนตัวอื่น
ขอเรียกง่ายๆ ว่า “ขาบวก” กับ “ขาลบ”
.
เมื่อคนมีความสุข ประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมาย รู้สึกดี
ความรู้สึกดีๆ พวกนี้จะทำให้นิวรอน “ขาบวก” จับตัวเชื่อมต่อกัน
กลายเป็นโครงข่ายความรู้สึกบวกๆ กระจายทั่วสมอง
.
ในทางกลับกัน
เมื่อคนมีความทุกข์ ล้มเหลว ท้อแท้ เบื่อโลก คิดแต่เรื่องลบๆ
ความรู้สึกลบจะทำให้นิวรอน “ขาลบ” จับตัวเชื่อมต่อกัน
กลายเป็นโครงข่ายความรู้สึกลบกระจายทั่วสมองเช่นกัน
.
ถ้าเราคิด พูด และทำเรื่องใดซ้ำๆ เป็นประจำ
ก็จะส่งผลให้โครงข่ายของนิวรอนในเรื่องนั้นๆ มีปริมาณเพิ่มขึ้น
เกาะเกี่ยวกันอย่างเหนียวแน่น และแข็งแรงมากขึ้น
และส่งผลให้เราคิด พูด และทำเรื่องนั้นๆ
ในแบบที่เป็นอัตโนมัติโดยทันที
.
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า…
ทำไมคนที่คิดบวกจึงสามารถที่จะคิดบวกได้
แม้ว่าจะพบเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ดีได้ทันที
และคนที่คิดลบจึงสามารถที่จะคิดลบได้เสมอ
แม้ว่าจะพบเจอกับสถานการณ์ที่ดีก็ตาม
.
สมองชอบเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นแบบแผน ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง
เพราะฉะนั้น ใครที่ใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกเบื่อ ท้อแท้ หมดหวัง
คิดว่าชีวิตมีแต่เรื่องแย่ๆ ก็เหมือนกำลังบอกสมองว่า
“คนๆ นี้ชอบเรื่องลบๆ ช่วยทำให้ชีวิตมันลบอีกนะ”
แต่ถ้าใครใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกบวก และมีความสุข
สมองก็จะพยายามทำให้ชีวิตของคนๆ นั้นเป็นบวก
.
สำหรับคนที่รู้ว่าตัวเองคิดลบก็อย่าเพิ่งเสียใจ
เพราะการทดลองนี้มีข้อพิสูจน์ว่า
ถ้าเริ่มเปลี่ยนจากการคิดลบเป็นคิดบวก
นิวรอน “ขาบวก” จะกลับมาเริ่มทำงานอีกครั้ง
และจะพยายามจับกับขาบวกด้วยกัน
และสร้างเป็นโครงข่ายขาบวกที่แข็งแรงได้
เมื่อเปลี่ยนความคิดจากลบเป็นบวกทุกวัน
นิวรอน “ขาลบ” ก็จะมีขนาดเล็กลง และฝ่อไปเอง
.
ถ้าจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ
ก็มีลักษณะเช่นเดียวกับการออกกำลังกาย คือ
ถ้าเราออกกำลังกาย หรือใช้อวัยวะส่วนไหนมาก
กล้ามเนื้อของอวัยวะส่วนนั้น
ก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้น และแข็งแรงขึ้น
และอวัยวะส่วนไหนที่เราไม่ได้ใช้งาน
กล้ามเนื้อของอวัยวะส่วนนั้นก็จะฝ่อ ลีบเล็กลง
และใช้งานไม่ได้ไปเอง
.
มนุษย์ทุกคนสามารถเลือกได้ว่า
ชีวิตตัวเองจะประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว
มีความสุข หรือความทุกข์
เริ่มต้นได้ง่ายมาก
แค่บริหารความคิด คำพูด และการกระทำของตัวเอง
ให้อยู่ในฝั่งที่เป็นบวกทุกวัน
คุณก็สามารถมีชีวิตที่มีความสุข และประสบความสำเร็จ
ตามที่คุณต้องการได้แน่นอนค่ะ
.
ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ
ที่ติดตามอ่านเป็นกำลังใจให้กัน
.
#Comment แสดงความคิดเห็นได้อิสระค่ะ
#กดไลค์ เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
#กดแชร์ วนๆ ไปให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ร่ายเวทมนตร์คาถาเสกมนตราแห่งความสุข
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

“น้ำมนต์” ความเชื่อที่งมงาย?

Credit : Youtube Islamic theology

(ขอบคุณเจ้าของคลิปวีดีโอไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)

จากบทความ “น้ำพูดได้”
ที่ผู้เขียนลงไว้ในครั้งก่อน
ผลทางวิทยาศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า
น้ำสามารถรับถ่ายทอดพลังงาน
จากภาพ ข้อความ เสียง และคำพูดได้
และน้ำจะมีผลึกที่สวยงาม
เมื่อได้รับพลังงานจากภาพ
ข้อความ เสียง และคำพูดที่ดี
.
น้ำที่ซึมซับพลังงานที่ดีไว้นี้
บรรพบุรุษของเราเรียกว่า “น้ำมนต์” นั่นเอง
ซึ่งหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องของความเชื่อที่งมงาย
แต่ที่จริงแล้วเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ
ที่ล่วงรู้ความจริงในเรื่องนี้ได้
ก่อนที่จะมีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์มาพิสูจน์
.
เหมือนที่หลายคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า
อย่าด่วนสรุปว่า “สิ่งที่มองไม่เห็น เป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง”
เพราะเรื่องบางเรื่องนั้นอยู่เหนือ
ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะค้นพบได้ในตอนนี้
.
แต่ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่วิทยาศาสตร์
พิสูจน์ได้แล้ว หรือยังพิสูจน์ไม่ได้
ล้วนเป็นเรื่องของกฎธรรมชาติทั้งสิ้น
ไม่มีเรื่องใดที่เป็นเรื่องปาฏิหาริย์
.
ที่เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องปาฎิหาริย์
ก็เพราะสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่เรายังไม่เคยพบเห็น
ด้วยตัวเองมาก่อนเท่านั้นเอง
แต่แท้ที่จริงแล้ว
สิ่งเหล่านั้นมีอยู่ในธรรมชาติอยู่แล้ว
.
เช่นเดียวกันกับเรื่องของน้ำมนต์
ก็เป็นเรื่องของหลักการทางธรรมชาติ
เมื่อเรารู้หลักการเกิดขึ้นของน้ำมนต์แล้ว
เราก็สามารถนำหลักการนี้
มาใช้ทำน้ำมนต์สำหรับไว้ดื่มเองได้
.
การทำน้ำมนต์ด้วยตนเองนี้
สามารถทำได้ง่ายๆ โดยมีขั้นตอนดังนี้
.
1.นำน้ำสะอาดในปริมาณที่พอดื่มเทลงในแก้วน้ำ
2.ใช้มือทั้งสองข้างยกแก้วน้ำขึ้นในระดับอก
3.ตั้งจิตให้เป็นสมาธิ และพูดในเรื่องดีๆ
ที่เราปรารถนาให้เกิดขึ้นในชีวิตออกไปซ้ำๆ
ตามที่ต้องการ เช่น อยากมีสุขภาพดี ก็พูดว่า
ฉันมีสุขภาพที่ดี และมีร่างกายที่แข็งแรง เป็นต้น
.
4.ดื่มน้ำให้หมดในครั้งนั้นเลย
เพื่อจะได้ดื่มน้ำในขณะที่น้ำนั้น
ยังมีคุณสมบัติของพลังงานที่ดีอย่างเต็มที่
ถ้าไม่ดื่มน้ำนั้นทันที
น้ำนั้นจะมีคุณภาพของพลังงานที่ดีลดลง
เพราะอาจได้รับพลังงานที่ไม่ดี
จากสิ่งแวดล้อมภายนอกได้
.
ถ้าเราดื่มน้ำที่ได้รับพลังงานที่ดีเป็นประจำ
ก็จะมีผลดีต่อสุขภาพร่างกาย และจิตใจ
เพราะเมื่อน้ำนี้เข้าสู่ร่างกายแล้ว
จะไปเปลี่ยนสภาพของน้ำในร่างกาย
ให้มีพลังงานที่ดีไปด้วย
และเมื่อร่างกายลำเลียงน้ำนั้นไปยังเซลล์ต่างๆ
น้ำก็จะถ่ายทอดพลังงานที่ดีไปสู่เซลล์ด้วย
.
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า
ทำไมคนสมัยปู่ ย่า ตา ยายของเรา
เวลาเจ็บป่วยไม่สบายจึงดื่มน้ำมนต์
แล้วหายจากการเจ็บป่วยได้
.
แต่การจะทำให้การดื่มน้ำมนต์ได้ผลดีมากขึ้น
เราต้องคิด พูด ทำ สิ่งดีๆ ร่วมด้วย
จึงจะรักษาคุณภาพของน้ำในร่างกาย
ให้มีพลังงานที่ดีอยู่สม่ำเสมอได้
.
ถ้าท่านใดมีความสนใจอยากทราบ
ผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องนี้
สามารถดูผลการทดลองของ ดร. มาซารุ อิโมโตะ
จากคลิปวีดีโอด้านบนได้ค่ะ
.
ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ
ที่ติดตามอ่านเป็นกำลังใจให้กัน
.
#Comment แสดงความคิดเห็นได้อิสระค่ะ
#กดไลค์ เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
#กดแชร์ วนๆ ไปให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ร่ายเวทมนตร์คาถาเสกมนตราแห่งความสุข
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

เมื่อน้ำพูดได้ !!!

Credit : Youtube iCAREClub
(ขอบคุณเจ้าของคลิปวีดีโอไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)

ในบทความที่แล้ว
ได้นำผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์
ที่พูดถึงพลังของคำพูดที่ส่งผลต่อข้าวสวยไปแล้ว
.
ในบทความนี้
เรามีผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์อีกอย่างหนึ่ง
ที่พูดถึงพลังของภาพ ข้อความ เสียง คำพูดที่ส่งผลต่อน้ำ
มาแบ่งปันเพื่อให้เห็นผลที่เป็นรูปธรรมชัดเจนขึ้นค่ะ
.
ดร. มาซารุ อิโมโต เป็นแพทย์แผนใหม่ชาวญี่ปุ่น
ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับน้ำภายใต้สภาพแวดล้อมแตกต่างกัน
โดยทำการทดลองในหลายรูปแบบ
ทั้งทดลองด้วยภาพ ข้อความ เสียง คำพูด
.
จากผลการทดลองสามารถสรุปได้ว่า
ถ้านำน้ำไปอยู่สภาพแวดล้อมที่มี
ภาพ ข้อความ เสียง หรือคำพูดที่มีความหมายดีๆ
น้ำจะคงลักษณะรูปทรงที่เป็นรูปหกเหลี่ยมตามธรรมชาติ
และมีผลึกที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม
.
แต่ถ้านำน้ำไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มี
ภาพ ข้อความ เสียง หรือคำพูดที่มีความหมายไม่ดี
น้ำจะแตกตัวไม่เป็นรูปทรง
และมีลักษณะที่น่าเกลียด น่ากลัว
.
ร่างกายคนเรามีน้ำเป็นส่วนประกอบ
มากถึง 2 ใน 3 ส่วนของร่างกาย
ถ้าหากเราอยู่ในสภาพแวดล้อมรอบตัว
ที่มีแต่ภาพ ข้อความ เสียง หรือคำพูดที่มีความหมายไม่ดี
ลองคิดภาพตามดูนะคะว่า
น้ำในร่างกายของเราจะมีสภาพเป็นอย่างไร
.
ถ้าร่างกายของคุณประกอบด้วย
น้ำที่มีคุณภาพที่ไม่ดีแล้ว
ลองถามตัวเองดูว่า
ร่างกาย จิตใจ รวมไปชีวิตของคุณจะเป็นเช่นไร
.
นั่นเป็นเพราะทุกอย่างในโลกต่างอยู่ในรูปของพลังงาน
และทุกสิ่งสามารถถ่ายเทพลังงานไปสู่กันและกันได้
ด้วยแรงสั่นสะเทือนที่มีคลื่นความถี่ในระดับเดียวกัน
ซึ่งทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากกฎธรรมชาติข้อนี้
ในการสร้างชีวิตที่ดีขึ้นได้ในทุกๆ ทาง
.
ถ้าอยากได้ชีวิตที่ดี ก็ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองก่อน
ด้วยการสร้างสภาพแวดล้อมในชีวิตของตัวเองให้ดี
คิด พูด และทำแต่สิ่งที่ดี และเป็นบวก
จึงจะสามารถดึงดูดสิ่งที่มีพลังงานที่ดีๆ เช่นเดียวกัน
เข้ามาในชีวิตได้ค่ะ
.
ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ
ที่ติดตามอ่านเป็นกำลังใจให้กัน
.
#Comment แสดงความคิดเห็นได้อิสระค่ะ
#กดไลค์ เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
#กดแชร์ วนๆ ไปให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ร่ายเวทมนตร์คาถาเสกมนตราแห่งความสุข
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

คำพูด คือ เวทมนตร์ คาถา และมนตราที่ศักดิ์สิทธิ์ จริงหรือ?

Credit : Youtube Mue James
(ขอบคุณเจ้าของคลิปวีดีโอไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ)

คำพูด คือ เวทมนตร์ คาถา
และมนตราที่ศักดิ์สิทธิ์ จริงหรือ???
.
ต่อเนื่องมาจาก 2 บทความที่โพสท์ไว้ในครั้งก่อน
ได้กล่าวถึง ความศักดิ์สิทธิ์ของคำพูด
ที่เปรียบเหมือน เวทมนตร์ คาถา และมนตรา
ที่สามารถเสกให้เกิดเหตุการณ์
และผลลัพธ์ต่างๆ ในชีวิตของเราได้
.
หลายคนอ่านแล้วอาจจะยังมีข้อสงสัยอยู่ว่า
คำกล่าวนี้เป็นความจริงที่สามารถพิสูจน์
เป็นผลทางวิทยาศาสตร์ได้หรือไม่
.
ผู้เขียนนำผลการทดลองทางวิทยาศาสตร์ชิ้นหนึ่ง
ที่มีคนทำการทดลองเกี่ยวกับพลังของคำพูดไว้
มาแบ่งปันเพื่อให้เห็นผลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น
.
การทดลองเริ่มต้นด้วยการตักข้าวสวย
ที่หุงจากหม้อข้าวเดียวกันใส่ในโหลแก้ว 2 โหล
แล้วให้คนพูดคำพูดดีๆ กับข้าวสวยในโหลที่หนึ่ง
และให้คนพูดคำพูดที่ไม่ดีกับข้าวสวยในโหลที่สอง
อย่างต่อเนื่องภายในระยะเวลาที่เท่ากัน
.
ผลการทดลองปรากฏว่า
ข้าวสวยในโหลที่หนึ่งที่ได้รับแต่คำพูดดีๆ
ยังเป็นสีขาว สวย และมีกลิ่นหอม
แต่ข้าวสวยในโหลที่สองที่ได้รับแต่คำพูดไม่ดี
เปลี่ยนเป็นสีดำ น่าเกลียด และมีกลิ่นเหม็นเน่า
.
จะเห็นได้ว่า….
ข้าวสวยซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีจิตใจ
ยังรับรู้ความรู้สึกจากพลังคำพูดได้ขนาดนี้
ดังนั้น จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า
มนุษย์ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีจิตใจ
จะรับรู้ความรู้สึกจากพลังคำพูดได้มากขนาดไหน
.
จากผลการทดลอง
สามารถสรุปได้ว่า…
คำพูดของคนเรามีพลังที่สามารถ
ทำให้เกิดผลลัพธ์ต่อสิ่งต่างๆ ตามที่เราพูดได้จริง
.
ชีวิตของเราก็เปรียบเหมือนกับข้าวสวย
ดังนั้น ถ้าอยากให้ชีวิตของเรามีแต่เรื่องดีๆ
ก็ต้องคิดบวก และใช้แต่คำพูดดีๆ ในชีวิตประจำวัน
จึงจะเกิดผลลัพธ์ที่ดีตามที่ต้องการได้ค่ะ
.
ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ
ที่ติดตามอ่านเป็นกำลังใจให้กัน
.
#Comment แสดงความคิดเห็นได้อิสระค่ะ
#กดไลค์ เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
#กดแชร์ วนๆ ไปให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ร่ายเวทมนตร์คาถาเสกมนตราแห่งความสุข
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

รู้หรือไม่ว่า…คำพูดสามารถเสกชีวิตของคุณได้

https://scontent.fbkk1-2.fna.fbcdn.net/v/t1.0-0/s480x480/

รู้หรือไม่ว่า…
คำพูดของคุณมีพลังศักดิ์สิทธิ์
ที่สามารถเสกชีวิตของคุณให้เป็นไปได้ทุกอย่าง
.
จากบทความในโพสท์ที่แล้ว
ได้กล่าวถึงความหมายของคำว่า
“เวทมนตร์”
“คาถา”
“มนตรา”
กันไปแล้วนะคะ
.
แต่ขอทบทวนอีกครั้ง
เผื่อท่านใดยังไม่ได้อ่านบทความที่แล้ว
จะได้เข้าใจความหมายของ 3 คำนี้ ไปพร้อมๆ กัน
.
ความหมายของทั้ง 3 คำนี้
สามารถสรุปเป็นใจความสำคัญสั้นๆ
รวมกันได้ว่า คือ
การพูดคำพูดใดๆ ซ้ำๆ
เพื่อสร้างพลังงานที่เป็นคลื่นความสั่นสะเทือน
ซึ่งก่อให้เกิดความหมาย และผลลัพธ์
ที่เป็นไปตามคำพูดซ้ำ ๆ นั้น
.
จากความหมายที่กล่าวข้างต้น
จะเห็นได้ว่า…
คำพูดที่เราพูดซ้ำๆ บ่อยๆ นั้น
มีความศักดิ์สิทธิ์เปรียบเสมือน
เวทมนตร์ คาถา และมนตรา
ที่สามารถเสกให้เกิดเหตุการณ์
และผลลัพธ์ต่างๆ ในชีวิตของเรา นั่นเอง
.
คำพูดนั้นๆ จะมีความศักดิ์สิทธิ์มากน้อยแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับปัจจัย 3 อย่าง ด้วยกัน คือ
1. ความถี่ที่เราพูดคำๆ นั้นว่า บ่อยมากแค่ไหน
2. ความตั้งใจที่เราจงใจที่จะพูดคำนั้นๆ
3. ความรู้สึกที่เราใส่ลงไปในคำพูดนั้น
มีความเข้มข้นมากแค่ไหน และเป็นความรู้สึกแบบใด
.
ถ้าคุณพูดคำพูดนั้นๆ ซ้ำๆ บ่อยๆ ด้วยความตั้งใจ
และใส่ความรู้สึกกับคำพูดนั้นๆ อย่างเข้มข้น
ก็จะทำให้เกิดเหตุการณ์ และผลลัพธ์ต่างๆ
ในชีวิตของคุณตามคำพูดนั้นๆ อย่างรวดเร็ว
.
เมื่อคุณได้ทราบถึงพลังงาน
และความศักดิ์สิทธิ์ของคำพูดอย่างดีแล้ว
ก็สามารถใช้คำพูดของคุณให้เป็นประโยชน์
เพื่อทำให้เกิดเหตุการณ์ และผลลัพธ์ต่างๆ
ที่คุณต้องการให้เกิดขึ้นในชีวิตของคุณเอง
.
ถ้าคำพูดที่คุณใช้พูดซ้ำๆ บ่อยๆ
เป็นคำพูดที่ดี และมีความรู้สึกด้านบวก
ก็จะส่งผลให้ชีวิตคุณมีแต่เหตุการณ์
หรือผลลัพธ์ต่างๆ ที่ดี ตามคำพูดนั้นๆ
.
ในทางตรงกันข้าม
ถ้าคำพูดที่คุณใช้พูดซ้ำๆ บ่อยๆ
เป็นคำพูดที่ไม่ดี และมีความรู้สึกด้านลบ
ก็จะส่งผลให้ชีวิตของคุณมีแต่เหตุการณ์
หรือผลลัพธ์ที่แย่ๆ ตามคำพูดนั้นๆ เช่นกัน
.
ดังนั้น จึงควรระมัดระวังคำพูดที่คุณใช้ให้ดี
เพราะมันมีผลโดยตรงต่อความเป็นไปในชีวิตของคุณ
ซึ่งทุกคนมีอิสรภาพ และศักยภาพ
ที่สามารถเลือกได้ว่า ต้องการมีชีวิตเป็นอย่างไร
ด้วยการเลือกคิด และเลือกพูด
ในสิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นในชีวิตของตนเองได้
.
นี่เป็นคำอธิบายของคำว่า
“กฎแห่งกรรม” อย่างแท้จริง
เพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณนั้น
ล้วนถูกกำหนดจากความคิด และคำพูด
ของตัวคุณเองทั้งสิ้น
.
ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ
ที่ติดตามอ่านเป็นกำลังใจให้กัน
.
#Comment แสดงความคิดเห็นได้อิสระค่ะ
#กดไลค์ เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
#กดแชร์ วนๆ ไปให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ร่ายเวทมนตร์คาถาเสกมนตราแห่งความสุข
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

ร่ายเวทมนตร์คาถา เสกมนตราแห่งความสุข

https://scontent.fbkk1-2.fna.fbcdn.net/v/t1.0-0/s480x480/

จั่วหัวเรื่องขึ้นมาแบบนี้
ต้องขอชี้แจงก่อนนะคะว่า
เพจนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์
มาพูดถึงเรื่องของคาถาอาคม
ในทางไสยศาสตร์แต่ประการใดค่ะ
.
หลายคนอาจจะสงสัยว่า
ในเมื่อเพจนี้ไม่ได้พูดถึง
เรื่องของคาถาอาคม
แต่ทำไมชื่อเพจจึงใช้คำว่า
“เวทมนตร์”
“คาถา”
“มนตรา”
อะไรแบบนี้ด้วยล่ะ???
.
เมื่อพูดถึงคำว่า
“เวทมนตร์”
“คาถา”
“มนตรา”
คนส่วนใหญ่มักจะมีความเข้าใจว่า
หมายถึง คาถาอาคมทางไสยศาสตร์
ที่ถูกนำมาใช้ในทางมืด หรือในทางที่ไม่ดี
.
แต่จริงๆ แล้ว
คำเหล่านี้ต่างมีความหมายที่ดี
เรามาดูความหมายของแต่ละคำ
ว่ามีความหมายอะไรกันบ้างนะคะ
.
“เวทมนตร์” คือ
ถ้อยคําศักดิ์สิทธิ์ที่บริกรรม
เพื่อให้สําเร็จความประสงค์
.
“คาถา” คือ
คําเสกที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์
.
ซึ่งทั้ง 2 คำนี้
ต่างก็มีความหมายในลักษณะเดียวกัน
ซึ่งก็คือ “ถ้อยคำศักดิ์สิทธิ์”
หรือเรียกในภาษาง่ายๆ ก็คือ…
คำพูดที่มีความศักดิ์สิทธิ์ นั่นเอง
.
ส่วน “มนตรา” คือ
พลังงานที่กำเนิดมาจาก
การเปล่งเสียงสวดท่องมนตร์ต่าง ๆ
หรือการกล่าวคำใดซ้ำ ๆ กัน
การกล่าวคำพูดอะไรก็ตาม
จะก่อให้เกิดคลื่นเสียงซึ่งสั่นสะเทือน
และเมื่อทำซ้ำ ๆ กัน
หลาย ๆ ร้อยรอบ
คลื่นความสั่นสะเทือนนั้น
ก็จะก่อให้เกิดความหมาย
และผลลัพธ์ที่เป็นไปตาม
คำสวด หรือคำพูดซ้ำ ๆ นั้น
.
ดังนั้น สามารถสรุปความหมายของทั้ง 3 คำนี้
เป็นใจความสำคัญสั้นๆ รวมกันได้ว่า
ก็คือ การพูดคำพูดใดๆ ซ้ำๆ
เพื่อสร้างพลังงานที่เป็น
คลื่นความสั่นสะเทือน
ซึ่งก่อให้เกิดความหมาย
และผลลัพธ์ที่เป็นไปตาม
คำพูดซ้ำ ๆ นั้น นั่นเอง
.
นี่จึงเป็นที่มาของชื่อเพจ
ซึ่งเกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของเพจนี้
ที่จะพูดถึงเรื่องราวของ
ความสำคัญในการใช้คำพูด
และวิธีการใช้คำพูดอย่างไร
เพื่อสร้างคลื่นพลังงาน
ที่ทำให้ตัวเรามีความสุข
และเกิดผลลัพธ์ที่ดีในชีวิตค่ะ
.
บทความนี้เป็นการเปิดตัวเพจ
ให้ทุกคนได้รู้จัก และรับทราบที่มาที่ไป
และวัตถุประสงค์ของเพจนี้นะคะ
ฝากทุกคนติดตามอ่านบทความต่อไป
ซึ่งทางเราตั้งใจทำเพจนี้ขึ้นมา
เพื่อแบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยชน์
ที่ผู้อ่านสามารถนำไปเปลี่ยนแปลงชีวิต
ให้มีความสุขมากขึ้น และมีผลลัพธ์ที่ดีขึ้น
นะคะ ^__________^
.
ขอบคุณทุกคนมากๆ ค่ะ
ที่ติดตามอ่านเป็นกำลังใจให้กัน
.
#Comment แสดงความคิดเห็นได้อิสระค่ะ
#กดไลค์ เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
#กดแชร์ วนๆ ไปให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ร่ายเวทมนตร์คาถาเสกมนตราแห่งความสุข
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด