ผิดหวังจากความรัก รักษาใจอย่างไร?

 

อะไรเป็น ต้นเหตุ
ที่ทำให้คนมี ความทุกข์
จาก ความผิดหวัง
เช่น ผิดหวังในความรัก เป็นต้น
.
ความผิดหวัง เกิดจาก
การตั้ง ความหวังไว้ผิด
จึงเป็นต้นเหตุของ ความผิดหวัง
.
ความ แน่นอน
ก็คือความ ไม่แน่นอน
ดังนั้น การตั้งความหวังว่า
ความรักจะ ยั่งยืนนิรันดร นั้น
ผิดหลักธรรมชาติ
จึงเป็นเหตุนำมาซึ่ง ความทุกข์
.
ดังนั้น จึงควรตั้ง ความหวังให้ถูก
คือ ถูกต้องตาม หลักความเป็นจริงของธรรมชาติ
ก็จะ ไม่ผิดหวัง
.
กราบขอบพระคุณ
พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ
รายการสัประยุทธ์สัปปายะ
ที่ให้ธรรมะเปิดปัญญากับผู้ชมทุกท่าน ไว้ ณ ที่นี้ค่ะ
.
ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาอ่านนะคะ
.
#Comment ได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ
#Share วนๆ ไป ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคนที่คุณรัก หรือคนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ปัญหาเปิดปัญญา
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

ก็แค่ล้ม ยังไม่ตาย !!!

แค่ล้ม ยังไม่ตาย(คลิกรูปเพื่อชมวีดีโอได้เลยค่ะ)

“ฉันท้อแท้สักกี่ทียังมีหวัง
แม้พลาดพลั้งสักกี่ครั้งยังฝันไกล
แม้ฉันล้มฉันก็คงไม่ตาย
ฉันยังไม่ตายฉันยังคงหายใจ”
.
เนื้อเพลงท่อนหนึ่ง
ของเพลง “ความเชื่อ”
มันปลุกฉันให้ตื่น
และฉันก็อยากให้มัน
ช่วยปลุกเพื่อนๆ ที่กำลัง
บาดเจ็บจากเหตุการณ์บางอย่างในชีวิต
และมีความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง
ไม่อยากไปต่อ
.
ฉันอยากบอกพวกคุณว่า
คุณไม่ใช่คนเดียวที่เคยตกอยู่ในสภาพแบบนี้
ยังมีอีกหลายคนที่เค้าเคยตกอยู่ในสภาพนี้
และอาจมีชีวิตที่ย่ำแย่กว่าที่เราคิดเยอะ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเขา
ผ่านความยากลำบากนั้นมาได้
คือ การศรัทธาใน “ความเชื่อ” ของตัวเอง
.
จงปลุกศรัทธา และความเชื่อ
ในตัวคุณเองอีกครั้ง
ตราบใดที่คุณยังมีลมหายใจ
คุณยังมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
.

ใช่ !!!!!
เราแค่ล้ม
เรายังไม่ตาย
เรายังมีลมหายใจ
เรายังมีเรี่ยวแรง
เรายังมีอวัยวะทุกส่่วนที่ใช้งานได้
.
แล้วทำไม ????
เราไม่ลุกขึ้น
เราไม่เดินต่อล่ะ
.
เราล้ม
มันก็แค่เจ็บ
เราไม่ได้ตาย
.
ทำไม ???
เราถึงปล่อยให้การล้มเพียงแค่นี้
มาหยุดเราไม่ให้ไปต่อล่ะ
.
การล้มไม่ได้ทำให้เราตาย
แต่การไม่ยอมลุกต่างหาก
ที่มันพรากเราไปจากชีวิต
ทำให้เราเหมือนตายทั้งเป็น
.
ต่อให้มีคนมากมาย
พยายามยื่นมือมาดึงเราให้ลุกขึ้น
แต่ถ้าตัวเราเองไม่สั่งตัวเองให้ลุกขึ้น
ก็ไม่มีทางที่เราจะลุกขึ้นยืน และเดินต่อไปได้
.
หมดเวลาแล้ว !!!
เราใช้เวลาคร่ำครวญ
กับความเจ็บปวดมากพอแล้ว
.
ลุกขึ้นยืน และออกเดินทางต่อ
ไปใช้ชีวิตซะ !!!
.
ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาอ่านนะคะ
.
#Comment ได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ
#Share วนๆ ไป ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคนที่คุณรัก หรือคนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
.
#รับกำลังใจเพิ่มมั้ยจ๊ะ
#ที่นี่เติมกำลังใจให้ฟรี!!!
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

อย่าใช้ “เหตุผล” คุยกัน

.อย่าใช้เหตุผลคุยกัน

.
เราหลายคนเติบโตมากับการได้ยินคำพูดที่ว่า
อย่าใช้ “อารมณ์” ให้ใช้ “เหตุผล” พูดคุยกัน
เพราะหลายเหตุการณ์ทำให้เราเห็นว่า
การที่ต่างฝ่ายต่างใช้อารมณ์มาพูดคุยกัน
กลับยิ่งทำให้ปัญหาบานปลาย
และไม่ได้ช่วยให้ปัญหาคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
เราก็เลยมีความเชื่อแบบนั้นมาตลอด
.
จนมาถึงวันหนึ่ง
ที่เราได้ยินอีกคำพูดหนึ่งที่ว่า
อย่าใช้ “เหตุผล” คุยกัน
แต่ให้ใช้ “ความรัก” คุยกัน
.
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น
มันเกิดความรู้สึกสะกิดใจ
และมันสั่นสะเทือนความเชื่อ
ที่เราเคยมีมาเป็นเวลานาน
และทำให้ได้คิดว่า
ต้องกลับมาทบทวนความเชื่อในเรื่องนี้ใหม่
.
เมื่อคิดทบทวนไปมาก็พบว่า
การพูดคุยโดยใช้ “เหตุผล” อย่างเดียวนั้น
บางทีก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาคลี่คลายไปได้จริงๆ
แต่กลับซ่อนปัญหาบางอย่างที่กัดกร่อนจิตใจลึกๆ
ให้กับฝ่ายที่รู้สึกพ่ายแพ้ และต้องยอมจำนน
กับเหตุผลที่เหนือกว่า หรือดีกว่าของอีกฝ่ายหนึ่ง
.
เพราะเบื้องหลังของการพูดคุยโดยใช้ “เหตุผล”
มันซ่อนความต้องการที่จะเอาชนะความคิด
และความต้องการที่จะมีอำนาจเหนืออีกฝ่ายหนึ่ง
โดยการตัดสินว่าความคิดของเราดีกว่า หรือเหนือกว่า
ความคิดของอีกฝ่ายหนึ่งโดยที่เราเองไม่รู้ตัว
.
แต่การใช้ “ความรัก” พูดคุยกัน
มันอยู่เหนือเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล
มันไม่มีความต้องการที่อยากจะเอาชนะ
มันไม่มีความต้องการที่จะเหนือกว่า
แต่มันมาจากความรู้สึกของความเท่าเทียมกัน
และการช่วยกันประคับประคองให้ทุกฝ่ายผ่านปัญหาไปด้วยกัน
ไม่มีฝ่ายไหนเป็น ผู้ชนะ
และไม่มีฝ่ายไหนเป็น ผู้แพ้
แต่ทุกฝ่ายชนะปัญหาไปด้วยกัน
.
บางครั้งการรับรู้อะไรมาแบบครึ่งๆ กลางๆ
ก็ทำให้เราเข้าใจ และมีความเชื่อในแบบที่ไม่ถูกต้อง
การเปิดใจรับฟัง และเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ
จึงมีประโยชน์เป็นอย่างมาก
เพราะมันจะช่วยให้เราหลุดออกจาก
ความเข้าใจ และความเชื่อเดิมๆ
ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้
.
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านข้อเขียนนี้
และหวังว่าข้อเขียนนี้จะมีประโยชน์ที่คุ้มค่ามากพอ
กับการที่ทุกท่านสละเวลาที่มีค่ามาอ่านนะคะ
.
#Comment ได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ
#Share วนๆ ไป ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคนที่คุณรัก หรือคนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#MindsetforHappinessLife
#เทรนความคิดเป็นมิตรความสุข
#ชุมชนคนคิดบวก
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

ปรับวิธีคิด พิชิตวันแห่งความรัก

%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88

เมื่อถึงวันวาเลนไทน์
คนส่วนมากมักจะนึกภาพถึง
วันที่ผู้ชาย และผู้หญิงแสดงความรักต่อกัน
ไม่ว่าจะเป็นการให้ดอกกุหลาบ ช็อกโกแลต
หรือสิ่งของต่างๆ ที่เป็นตัวแทนความรักแก่กัน
.
หลายคนมีความสุขในวันวาเลนไทน์
เพราะมีคู่รักให้แสดงความรักต่อกัน
แต่ก็มีอีกหลายคนที่ยังโสดสนิท
ถึงวันวาเลนไทน์ทีไร
ต้องร้องเพลง “แอบเหงา” คนเดียวทุกปี
.
สำหรับคนที่ยังไม่มีคู่
วันนี้เรามีวิธีคิดที่จะทำให้คุณพิชิต
วันแห่งความรักได้เสียที มาฝากกันค่ะ
.
จริงๆ แล้ววันแห่งความรัก
เป็นเพียงแค่วันหนึ่งที่ใช้เป็นสัญลักษณ์
เพื่อเตือนใจให้เรามีความรักต่อกัน
และการที่คนเราจะมีความรักต่อคนอื่นได้นั้น
จุดเริ่มต้นมาจากการ “รักตัวเอง” ให้ได้ก่อน
.
ถ้าคุณยัง “รักตัวเอง” ไม่เป็น
ต่อให้คุณหาคนรักได้ก็จริง
แต่สัมพันธ์รักระหว่างคุณกับคนรัก
ก็จะเป็นไปแบบกระพร่องกระแพร่ง
สามวันดีสี่วันไข้ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย
ดีไม่ดีอาจจะมีความทุกข์มากกว่า
การอยู่เป็นโสด ก็ว่าได้ทีเดียว
.
ดังนั้น สำหรับคนที่ยังไม่มีคู่
หรือมีคู่แล้วแต่สัมพันธ์รักไม่ค่อยดีนัก
วาเลนไทน์ปีนี้ถือเป็นวันดีที่จะใช้เป็นจุดเริ่มต้น
ของการสร้างความรักที่แข็งแรงจากตัวเองก่อน
.
เมื่อเรารักตัวเองเป็น
รักตัวเองอย่างเต็มเปี่ยม
ขนาดที่เรียกได้ว่า “ตกหลุ่มรัก” ตัวเองได้แล้ว
ความรักของคุณมันจะแผ่ออร่า
ไปยังคนรอบข้าง หรือคนที่คุณพบเจอเอง
.
และคุณก็จะกลายเป็นแม่เหล็กดึงดูด
คนที่รักตัวเองเช่นเดียวกันกับคุณ
ให้เข้าในชีวิตของคุณได้อย่างง่ายดาย
โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ เลย
จนตัวคุณเองก็ยังรู้สึกแปลกใจในตัวเอง
.
และวันวาเลนไทน์จะไม่ใช่วันที่คุณต้องรอคอยอีกต่อไป
เพราะทุกวันจะกลายเป็นวันวาเลนไทน์ของคุณ
.
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่าน
และเป็นกำลังใจให้กันนะคะ
.
#Comment แสดงความคิดเห็นได้อิสระค่ะ
#กดไลค์ เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
#กดแชร์ วนๆ ไปให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#MindsetforHappinessLife
#เทรนความคิดเป็นมิตรความสุข
#ชุมชนคนคิดบวก
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

5 วิธีแสดงความรักให้โดนใจ

 

5-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%94%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%83

ใครเคยมีโมเม้นท์แบบนี้กันบ้างไหมคะ
คุณแสดงความรักกับคนรักเท่าไร
แต่ทำไมเขากลับไม่ Get ว่าคุณรักเขา
เช่น คุณบอกกับเขาว่าคุณรักเขา
แต่เขากลับรู้สึกเฉยๆ งั้นๆ
ทั้งที่ลึกๆ แล้ว คุณกับเขาก็ยังคงรักกัน
.
ถ้าสัมพันธ์รักของคุณมีโมเม้นท์แบบนี้
ลองอ่านเรื่องราวด้านล่างนี้ดูนะคะ
คุณอาจจะพบสาเหตุที่ทำให้คุณสื่อสารความรัก
แล้วมันเข้าไม่ถึงหัวใจของคนรักของคุณก็ได้ค่ะ
.
หนังสือ The 5 love languages บอกว่า
มนุษย์เรามีการแสดงความรักอยู่ 5 แบบใหญ่ๆ คือ
แสดงความรักด้วยคำพูด การเขียน
เช่น บอกรัก พูดให้กำลังใจ พูดชม
ซึ่งเป็นการพูดเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกภูมิใจในตัวเอง
.
การแสดงความรักด้วยการสัมผัส เช่น
การจับมือ การโอบกอด การหอมแก้ม เป็นต้น
.
การแสดงความรักด้วยการมีเวลาคุณภาพด้วยกัน
เช่น ทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยกัน โดยให้ความสนใจกับคนรัก 100%
.
การแสดงความรักด้วยการให้บริการ
เช่น ช่วยถือของ เปิดประตูรถให้ ทำอาหารให้ทาน เป็นต้น
.
การแสดงความรักด้วยการให้ของขวัญ
เช่น ซื้อของขวัญให้คนรักในวาระต่างๆ เป็นต้น
.
สิ่งที่ทำให้คุณกับคนรักสื่อสารความรัก
แล้วมันไม่เข้าถึงหัวใจของกันและกัน
มาจากคุณกับคนรักของคุณ
ใช้ภาษารักกันคนละภาษา นั่นเอง
.
ยกตัวอย่าง เช่น
คนรักของคุณใช้ภาษารักแบบที่ 4 คือ
การแสดงความรักด้วยการให้บริการ
นั่นหมายความว่า…
คนรักของคุณจะแปลความหมายของการให้บริการ
ว่าเป็นการแสดง “ความรัก”
.
ถ้าคุณแสดงความรักกับคนรักของคุณด้วยวิธีอื่น
เขาจะไม่รู้สึกว่าคุณรักเขามากเท่าไร
แต่ถ้าคุณให้บริการกับคนรักของคุณ
เขาจะรู้สึกได้ทันทีว่า “คุณรักเขา”
.
ดังนั้น การจะทำให้สัมพันธ์รักของคุณกับคนรักของคุณ
ดำเนินไปด้วยความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันอย่างดี
คุณและคนรักของคุณต้องทำความเข้าใจซึ่งกันและกันว่า
แต่ละคนใช้ภาษารักแบบไหน
แล้วต่างฝ่ายต่างก็ใช้ภาษารักแบบนั้นกับอีกฝ่ายหนึ่ง
คุณและคนรักของคุณก็จะสามารถแสดงความรัก
แล้วทำให้อีกฝ่ายหนึ่ง Get กับความรักของคุณได้แล้วค่ะ
.
ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่าน
และเป็นกำลังใจให้กันนะคะ
.
#Comment แสดงความคิดเห็นได้อิสระค่ะ
#กดไลค์ เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
#กดแชร์ วนๆ ไปให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#MindsetforHappinessLife
#เทรนความคิดเป็นมิตรความสุข
#ชุมชนคนคิดบวก
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

เปลี่ยน “ยาก” เป็น “อยาก”

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป, เมฆ, ท้องฟ้า และ สถานที่กลางแจ้ง

เวลาที่เราไม่ยอมลงมือทำอะไร
ส่วนใหญ่เรามักให้เหตุผลว่า
เพราะสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำ “ยาก”
.
การได้เรียนรู้ศาสตร์การพัฒนาตนเอง
ทำให้ได้พบเหตุผลว่า
แท้ที่จริงแล้ว ไม่มีสิ่งไหนที่ทำยาก
มีแต่สิ่งที่เรา “อยาก” หรือ “ไม่อยาก” ทำ
.
ถ้าเราลองสำรวจความคิดของตัวเอง
ก็จะพบว่า คำพูดข้างต้นนั้นไม่ผิดเลย
.
อะไรก็ตามที่เรา “ไม่ชอบ” หรือ “ไม่อยากทำ”
สิ่งนั้นจะกลายเป็นเรื่อง “ยาก” ขึ้นมาทันที
นั่นเป็นเพราะว่า
การทำสิ่งนั้นมันเป็นเรื่องที่ฝืนใจ
จึงทำให้เกิดแรงต้านขึ้นในใจของเรา
หรือทางธรรมเรียกสภาวะนี้ว่า “ทุกข์”
.
ธรรมชาติของสมองถูกสร้างมา
โดยมีจุดประสงค์เพื่อดำรงให้ชีวิตอยู่รอด
เมื่อสมองรับสัญญาณว่ามีความทุกข์เกิดขึ้น
ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายต่อการมีชีวิตอยู่รอด
สมองจึงสั่งการให้เราหลีกหนีออกจากสิ่งนั้นๆ
โดยการแปลความหมายของสิ่งนั้นว่า “ยาก”
.
ในทางกลับกัน
อะไรก็ตามที่เรา “ชอบ” หรือ “อยากทำ”
ต่อให้สิ่งนั้นจะทำยากแค่ไหนก็ตาม
เราก็สามารถทำสิ่งนั้นให้สำเร็จได้
.
สาเหตุเป็นเพราะว่า
สิ่งนั้นมันเป็นสิ่งที่เติมเต็มความสุขให้เรา
ใจของเราจึงไม่เกิดแรงต้านต่อสิ่งนั้น
เมื่อสมองรับสัญญาณว่ามีความสุขเกิดขึ้น
ซึ่งเป็นภาวะที่เอื้อต่อการมีชีวิตอยู่รอด
สมองจึงสั่งการให้เราเลือกทำสิ่งนั้นๆ
โดยการแปลความหมายของสิ่งนั้นว่า “ง่าย”
.
คำถามที่เกิดขึ้นก็คือ
ทำไมเราจำเป็นต้องทำในสิ่งที่เรา
“ไม่ชอบ” หรือ “ไม่อยาก” ทำ
.
คำตอบคือ
เพราะบางสิ่งเป็นเรื่องสำคัญ
ที่จะพัฒนาเราให้ก้าวข้ามไปสู่สิ่งที่ดีขึ้น
.
คำถามต่อมาคือ
แล้วเราจะทำอย่างไร
เมื่อต้องทำสิ่งที่เรา “ไม่ชอบ หรือ “ไม่อยาก” ทำ
.
คำตอบคือ
เปลี่ยนความ “ยาก” เป็น ความ “อยาก”
คือ ใช้ประโยชน์สุขที่เราจะได้รับ
เป็นฐานในการสร้างความอยากในการทำสิ่งนั้นๆ
ซึ่งถือเป็นการขยายศักยภาพของจิตใจ
ที่ทำให้เราสามารถก้าวข้าม
ความ “ไม่ชอบ” หรือ “ไม่อยาก” ทำ
ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ความคิดของเราสร้างขึ้นมาเองไปได้
.
ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ติดตามอ่าน
และเป็นกำลังใจให้กับผู้เขียนนะคะ
.
#Comment แสดงความคิดเห็นได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
#Share วนๆ ไปให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้จักนะคะ
.
#ขัดใจ
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

เกมลุ้นรักจากจักรวาล

love-163690_960_720

ใครกำลังมีความรัก มาลุ้นเลขสนุกๆ กันมั้ย ว่าคุณมีโชคดีด้านความรักหรือป่าว

<< เกมเปิดเลขลุ้นรัก >>

คลิกลุ้นรักจากหมายเลขด้านล่าง ว่าคุณเป็นผู้โชคดีในความรักหรือไม่

01     02     03     04     05     06     07     08     09

11     12     13     14     15     16     17     18     19

21     22     23     24     25     26     27     28     29

31     32     33     34     35     36     37     38     39

41     42     43     44     45     46     47     48     49

51     52     53     54     55     56     57     58     59

61     62     63     64     65     66     67     68     69

71     72     73     74     75     76     77     78     79

81     82     83     84     85     86     87     88     89

91     92     93     94     95     96     97     98     99

<< ลุ้นเลย!!! >>