ขัดใจ

Untitled

(คลิกรูปเพื่อรับชมวีดีโอนะคะ).

ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาชมวีดีโอนี้ค่ะ
.
#Comment ได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ
#Share วนๆ ไป ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคนที่คุณรัก หรือคนที่คุณรู้จักค่ะ
.
#บันทึกจากห้องเรียนชีวิต
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

 

 

 

5 ลักษณะนิสัยที่ดึงดูดสิ่งไม่ดีเข้ามาในชีวิต

5 ลักษณะนิสัยดึงดูดสิ่งไม่ดี_ปก

(คลิกที่รูปเพื่อรับชมวีดีโอนะคะ)

คุณเคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่า
ทำไมคุณถึงพบเจอแต่ผู้คน และสถานการณ์ไม่ดีอยู่เสมอ

หลายคนมักโทษปัจจัยภายนอกต่างๆ ว่า
เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องราวไม่ดีในชีวิตของพวกเขา
โดยลืมย้อนกลับมาดูว่าตัวเขาเองนั้น
ได้สร้างเหตุอะไรจึงทำให้พวกเขาได้รับผลลัพธ์ในชีวิตเป็นแบบนั้น

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมีชีวิตที่ตกอยู่ในสภาวะ
ที่ทุกข์ใจจากการพบเจอผู้คน และเรื่องราวไม่ดีอยู่ในตอนนี้
ลองทบทวนดูว่าคุณมี 5 ลักษณะนิสัยที่ดึงดูดสิ่งไม่ดีเข้ามาในชีวิตหรือไม่

1. ดูเรื่องไม่ดี เช่น
ชอบดูสิ่งที่ทำให้จิต
เกิดอา รมณ์ ความรู้สึกที่เป็นอกุศล ได้แก่
ดูละครตบตี ชิงรัก หักสวาท
ดูข่าวลบๆ
จับผิดคนอื่น เป็นต้น

2.ฟังเรื่องไม่ดี เช่น
ชอบฟังสิ่งที่ทำให้จิต
เกิดอา รมณ์ ความรู้สึกที่เป็นอกุศล ได้แก่
ฟังข่าวลบๆ
ฟังเรื่องไม่ดีของคนอื่น
ฟังเพลง อกหัก ช้ำรัก ผิดหวัง เศร้า รันทด เป็นต้น

3.พูดเรื่องไม่ดี เช่น
ชอบพูดสิ่งที่ทำให้จิตเกิดอารมณ์ ความรู้สึกที่เป็นอกุศล ได้แก่
พูดนินทาว่าร้าย คนอื่น
พูดจาเสียดสี
เหน็บแนม ดูถูก เยาะเย้ยคนอื่น
พูดยุยงให้คนอื่นทะเลาะกัน
พูดโกหก
พูดล่อลวงให้คนอื่นเข้าใจผิด
พูดโอ้อวดเพื่อข่มคนอื่น
พูดวิจารณ์คนอื่นให้เกิดความเสียหาย เป็นต้น

4.ทำเรื่องไม่ดี เช่น
ชอบทำสิ่งที่ทำให้จิต
เกิดอา รมณ์ ความรู้สึกที่เป็นอกุศล ได้แก่
ทำร้ายร่างกายคนอื่น
บังคับ ขู่เข็ญ ข่มเหง รังแกคนอื่น
กลั่นแกล้งคนอื่น
วางอำนาจบาดใหญ่ใส่คนอื่น
เอาเปรียบคนอื่น เป็นต้น

5.คิดเรื่องไม่ดี เช่น
ชอบคิดสิ่งที่ทำให้จิต
เกิดอา รมณ์ ความรู้สึกที่เป็นอกุศล ได้แก่
คิดมุ่งร้ายกับคนอื่น
คิดอิจฉาริษยาคนอื่น
คิดอาฆาต พบาบาทคนอื่น
คิดเอาเปรียบคนอื่น
คิดตระหนี่หวงแหน เป็นต้น

ถ้าคุณมีลักษณะนิสัยข้อใดข้อหนึ่งที่กล่าวข้างต้น
ก็เป็นที่พึงระลึกไว้ได้เลยว่า
ตัวคุณเอง คือ คนเชื้อเชิญ และต้อนรับ
สิ่งไม่ดีให้เข้ามาในชีวิตของคุณอย่างแน่นอน

ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ
เราสร้างเหตุเช่นใด
เราย่อมได้รับผลเช่นนั้น
เพราะนี่ คือ กฎแห่งสัจธรรม
ซึ่งเป็นความจริงของโลก
ที่ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดหลีกพ้นกฎนี้ได้

.
ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาอ่านนะคะ
.
#Comment ได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ
#Share วนๆ ไป ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคนที่คุณรัก หรือคนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ขัดใจ
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

ผิดหวังจากความรัก รักษาใจอย่างไร?

 

อะไรเป็น ต้นเหตุ
ที่ทำให้คนมี ความทุกข์
จาก ความผิดหวัง
เช่น ผิดหวังในความรัก เป็นต้น
.
ความผิดหวัง เกิดจาก
การตั้ง ความหวังไว้ผิด
จึงเป็นต้นเหตุของ ความผิดหวัง
.
ความ แน่นอน
ก็คือความ ไม่แน่นอน
ดังนั้น การตั้งความหวังว่า
ความรักจะ ยั่งยืนนิรันดร นั้น
ผิดหลักธรรมชาติ
จึงเป็นเหตุนำมาซึ่ง ความทุกข์
.
ดังนั้น จึงควรตั้ง ความหวังให้ถูก
คือ ถูกต้องตาม หลักความเป็นจริงของธรรมชาติ
ก็จะ ไม่ผิดหวัง
.
กราบขอบพระคุณ
พระอาจารย์นวลจันทร์ กิตติปัญโญ
รายการสัประยุทธ์สัปปายะ
ที่ให้ธรรมะเปิดปัญญากับผู้ชมทุกท่าน ไว้ ณ ที่นี้ค่ะ
.
ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาอ่านนะคะ
.
#Comment ได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ
#Share วนๆ ไป ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคนที่คุณรัก หรือคนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ปัญหาเปิดปัญญา
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

ก็แค่ล้ม ยังไม่ตาย !!!

แค่ล้ม ยังไม่ตาย(คลิกรูปเพื่อชมวีดีโอได้เลยค่ะ)

“ฉันท้อแท้สักกี่ทียังมีหวัง
แม้พลาดพลั้งสักกี่ครั้งยังฝันไกล
แม้ฉันล้มฉันก็คงไม่ตาย
ฉันยังไม่ตายฉันยังคงหายใจ”
.
เนื้อเพลงท่อนหนึ่ง
ของเพลง “ความเชื่อ”
มันปลุกฉันให้ตื่น
และฉันก็อยากให้มัน
ช่วยปลุกเพื่อนๆ ที่กำลัง
บาดเจ็บจากเหตุการณ์บางอย่างในชีวิต
และมีความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง
ไม่อยากไปต่อ
.
ฉันอยากบอกพวกคุณว่า
คุณไม่ใช่คนเดียวที่เคยตกอยู่ในสภาพแบบนี้
ยังมีอีกหลายคนที่เค้าเคยตกอยู่ในสภาพนี้
และอาจมีชีวิตที่ย่ำแย่กว่าที่เราคิดเยอะ
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเขา
ผ่านความยากลำบากนั้นมาได้
คือ การศรัทธาใน “ความเชื่อ” ของตัวเอง
.
จงปลุกศรัทธา และความเชื่อ
ในตัวคุณเองอีกครั้ง
ตราบใดที่คุณยังมีลมหายใจ
คุณยังมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
.

ใช่ !!!!!
เราแค่ล้ม
เรายังไม่ตาย
เรายังมีลมหายใจ
เรายังมีเรี่ยวแรง
เรายังมีอวัยวะทุกส่่วนที่ใช้งานได้
.
แล้วทำไม ????
เราไม่ลุกขึ้น
เราไม่เดินต่อล่ะ
.
เราล้ม
มันก็แค่เจ็บ
เราไม่ได้ตาย
.
ทำไม ???
เราถึงปล่อยให้การล้มเพียงแค่นี้
มาหยุดเราไม่ให้ไปต่อล่ะ
.
การล้มไม่ได้ทำให้เราตาย
แต่การไม่ยอมลุกต่างหาก
ที่มันพรากเราไปจากชีวิต
ทำให้เราเหมือนตายทั้งเป็น
.
ต่อให้มีคนมากมาย
พยายามยื่นมือมาดึงเราให้ลุกขึ้น
แต่ถ้าตัวเราเองไม่สั่งตัวเองให้ลุกขึ้น
ก็ไม่มีทางที่เราจะลุกขึ้นยืน และเดินต่อไปได้
.
หมดเวลาแล้ว !!!
เราใช้เวลาคร่ำครวญ
กับความเจ็บปวดมากพอแล้ว
.
ลุกขึ้นยืน และออกเดินทางต่อ
ไปใช้ชีวิตซะ !!!
.
ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาอ่านนะคะ
.
#Comment ได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ
#Share วนๆ ไป ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคนที่คุณรัก หรือคนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
.
#รับกำลังใจเพิ่มมั้ยจ๊ะ
#ที่นี่เติมกำลังใจให้ฟรี!!!
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

“แรงบันดาลใจ” ก็ไม่สู้ “ใจบันดาลแรง”

050560-01(คลิกที่รูปเพื่อรับชมวีดีโอนะคะ)

หลายครั้งที่มีผู้คน หรือสถานการณ์ต่างๆ มากมายผ่านเข้ามาในชีวิต
แล้วทำให้จิตใจของเราเกิดความรู้สึกหึกเหิม
เหมือนได้รับการเติมเต็มด้วยพลังแห่งชีวิต
สิ่งนี้เรียกว่า “แรงบันดาลใจ”
.
แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานนัก
แรงบันดาลใจนั้นก็ค่อยๆ จางหายไปจากความรู้สึก
เหมือนกับลมที่พัดผ่านร่างกาย
ซึ่งทำให้เรารู้สึกเย็นสบายเพียงชั่วครู่เท่านั้น
.
เราหลายคนจึงตกอยู่ในภาวะ
ทำอะไรแล้วก็ล้มเลิกกลางครันอยู่เสมอ
เพราะต้องคอยอาศัย “แรงจากภายนอก” เพื่อมา “บันดาลใจ” ของเรา
แต่ “แรงจากภายนอก” นั้น มีพลังเบาบางมาก
จนไม่เพียงพอที่จะขับเคลื่อนเราให้ไปถึงเป้าหมายได้จริง
.
คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
มีทั้ง “แรงบันดาลใจ” และ “ใจบันดาลแรง”
เป็นองค์ประกอบของการก้าวไปสู่ความสำเร็จ
“แรงบันดาลใจ” เป็นแค่เพียงองค์ประกอบส่วนเล็กน้อยมาก
เมื่อเทียบกับ “ใจบันดาลแรง”
.
คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
ใช้ “แรงบันดาลใจ” เป็นเครื่องมือจุดประกายไฟแห่งความสำเร็จ
แต่ใช้ “ใจบันดาลแรง” เติมเชื่อเพลิงซึ่งเป็นพลังแห่งชีวิต
ไปตลอดทางของการเดินทางไปสู่ความสำเร็จ
.
ถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ
ขอยกตัวเอย่างของการก่อกองไฟเพื่อทำอาหาร
“แรงบันดาลใจ” ก็คล้ายกับ “ไม้ขีดไฟ”
ที่จุดประกายให้เกิด “ไฟ” ขึ้นมาเท่านั้น
แต่ “ใจบันดาลแรง” นั้นคล้ายกับ “เชื้อเพลิง”
เช่น ฟืน, ขี้ไต้, กระดาษ, น้ำมัน , ก๊าซ เป็นต้น
ที่เราต้องหมั่นเติมเข้าไปในกองไฟ
เพื่อให้ไฟนั้นไม่ดับมอดลงไป
ก่อนที่เราจะทำอาหารเสร็จสิ้น นั่นเอง
.
ที่กล่าวเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่า
“แรงบันดาลใจ” นั้นเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ
แต่การมีเพียงแค่ “แรงบันดาลใจ” เท่านั้น
ก็คือ การที่เรามีเพียง “ความฝัน”
ที่ไม่มีทางเปลี่ยนเป็น “ความจริง”
สิ่งที่จะเปลี่ยน “ความฝัน” ให้เป็น “ความจริง” ได้นั้น
ก็คือ การที่เรามี “ใจบันดาลแรง” ในการลงมือทำต่อเนื่อง
อย่างมุ่งมั่นโดยไม่คิดที่จะล้มเลิก
.
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงเน้นสอน
ให้เราหมั่นฝึกฝนสร้างพลังให้เกิดขึ้นที่ “ใจ”
เพราะ “ใจ” คือขุมพลังอันมหาศาล
ที่ไม่มีขอบเขต ไม่มีประมาณ และไม่มีที่สิ้นสุด
และเมื่อ “ใจ” มีพลังมากพอ
“ใจ” ดวงนี้นี่เองที่จะ “บันดาลแรง” ให้กับเรา
ก้าวข้ามทุกสิ่งไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแท้จริง
.
อย่ามัวหวังพึ่ง “แรงบันดาลใจ” จากภายนอกอยู่เลย
แต่จงหันกลับมาฝึกฝน “ใจ” ให้เป็นแหล่งกำเนิดพลังให้กับตนเอง
เหมือนกับที่พระพุทธองค์ทรงตรัสสอนว่า
“ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน”
ซึ่งเป็นหนทางอันประเสริฐที่สุดแล้ว
.
ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาอ่านนะคะ
.
#Comment ได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ
#Share วนๆ ไป ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคนที่คุณรัก หรือคนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ขัดใจ
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

 

ซุปเปอร์พลัส บอย vs ไมนัส เดวิล

Sticker Line ชุด ซุปเปอร์พลัส บอย vs ไมนัส เดวิล
สติ๊กเกอร์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการ์ตูนแนวซุปเปอร์ฮีโร่
สติกเกอร์ชุดนี้เต็มไปด้วยคำพูดและความรู้สึก
ที่คุณสามารถใช้เพื่อสร้างสีสันในการพูดคุยกับคนอื่นๆ ในโลกโซเชี่ยล
ขอให้ Sticker Line ชุด ซุปเปอร์พลัส บอย vs ไมนัส เดวิล
ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพูดคุยที่สนุกสนุนของคุณนะคะ

คลิกที่นี่เพื่อสั่งซื้อได้เลยค่ะ

ตัวอย่างรูปโปรโมท-1

ตัวอย่างรูปโปรโมท-2

ตัวอย่างรูปโปรโมท-3

#ซุปเปอร์พลัส บอย vs ไมนัส เดวิล
#SuperPlus Boy vs Minus Devil
#StickerLine
#Superhero

อย่าใช้ “เหตุผล” คุยกัน

.อย่าใช้เหตุผลคุยกัน

.
เราหลายคนเติบโตมากับการได้ยินคำพูดที่ว่า
อย่าใช้ “อารมณ์” ให้ใช้ “เหตุผล” พูดคุยกัน
เพราะหลายเหตุการณ์ทำให้เราเห็นว่า
การที่ต่างฝ่ายต่างใช้อารมณ์มาพูดคุยกัน
กลับยิ่งทำให้ปัญหาบานปลาย
และไม่ได้ช่วยให้ปัญหาคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น
เราก็เลยมีความเชื่อแบบนั้นมาตลอด
.
จนมาถึงวันหนึ่ง
ที่เราได้ยินอีกคำพูดหนึ่งที่ว่า
อย่าใช้ “เหตุผล” คุยกัน
แต่ให้ใช้ “ความรัก” คุยกัน
.
ทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น
มันเกิดความรู้สึกสะกิดใจ
และมันสั่นสะเทือนความเชื่อ
ที่เราเคยมีมาเป็นเวลานาน
และทำให้ได้คิดว่า
ต้องกลับมาทบทวนความเชื่อในเรื่องนี้ใหม่
.
เมื่อคิดทบทวนไปมาก็พบว่า
การพูดคุยโดยใช้ “เหตุผล” อย่างเดียวนั้น
บางทีก็ไม่ได้ทำให้ปัญหาคลี่คลายไปได้จริงๆ
แต่กลับซ่อนปัญหาบางอย่างที่กัดกร่อนจิตใจลึกๆ
ให้กับฝ่ายที่รู้สึกพ่ายแพ้ และต้องยอมจำนน
กับเหตุผลที่เหนือกว่า หรือดีกว่าของอีกฝ่ายหนึ่ง
.
เพราะเบื้องหลังของการพูดคุยโดยใช้ “เหตุผล”
มันซ่อนความต้องการที่จะเอาชนะความคิด
และความต้องการที่จะมีอำนาจเหนืออีกฝ่ายหนึ่ง
โดยการตัดสินว่าความคิดของเราดีกว่า หรือเหนือกว่า
ความคิดของอีกฝ่ายหนึ่งโดยที่เราเองไม่รู้ตัว
.
แต่การใช้ “ความรัก” พูดคุยกัน
มันอยู่เหนือเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล
มันไม่มีความต้องการที่อยากจะเอาชนะ
มันไม่มีความต้องการที่จะเหนือกว่า
แต่มันมาจากความรู้สึกของความเท่าเทียมกัน
และการช่วยกันประคับประคองให้ทุกฝ่ายผ่านปัญหาไปด้วยกัน
ไม่มีฝ่ายไหนเป็น ผู้ชนะ
และไม่มีฝ่ายไหนเป็น ผู้แพ้
แต่ทุกฝ่ายชนะปัญหาไปด้วยกัน
.
บางครั้งการรับรู้อะไรมาแบบครึ่งๆ กลางๆ
ก็ทำให้เราเข้าใจ และมีความเชื่อในแบบที่ไม่ถูกต้อง
การเปิดใจรับฟัง และเรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ
จึงมีประโยชน์เป็นอย่างมาก
เพราะมันจะช่วยให้เราหลุดออกจาก
ความเข้าใจ และความเชื่อเดิมๆ
ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้
.
ขอบคุณทุกท่านที่อ่านข้อเขียนนี้
และหวังว่าข้อเขียนนี้จะมีประโยชน์ที่คุ้มค่ามากพอ
กับการที่ทุกท่านสละเวลาที่มีค่ามาอ่านนะคะ
.
#Comment ได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ
#Share วนๆ ไป ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคนที่คุณรัก หรือคนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#MindsetforHappinessLife
#เทรนความคิดเป็นมิตรความสุข
#ชุมชนคนคิดบวก
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

“เป็นอะไร” ก็ไม่ยากเท่ากับ “เป็นตัวเอง”

เป็นอะไรไม่ยากเท่ากับเป็นตัวเอง
 .
หลายคนอาจกำลังมีคำถามว่า
“เป็นตัวเอง” เป็นแบบไหน และ
“เป็นตัวเอง” จะต้องทำอย่างไร
.
การเป็นตัวเองอาจทำให้เรา…
ดูแปลกแยกจากคนอื่น
ไม่เป็นที่ยอมรับ
ถูกมองด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ
ถูกนินทา ถูกวิจารณ์ในทางลบ
อาจรู้สึกโดดเดี่ยวบนเส้นทางที่เลือกเดิน
ฯลฯ
 .
ดังนั้น เพื่อให้ตัวเองอยู่รอด และรู้สึกปลอดภัย
เราหลายคนจึงจำเป็นต้อง…
แกล้งเป็นในสิ่งที่ไม่อยากเป็น
แกล้งทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ
จนบางครั้งก็รู้สึกสับสน และแยกไม่ออกว่า
จริงๆ แล้ว เราเป็นคนแบบไหน
.
และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เราหลายคนรู้สึกเหนื่อย
เพราะการแกล้งเป็น หรือแกล้งทำ
ต้องใช้ความคิดในการจะเป็น หรือจะทำ
เพื่อให้ตัวเองได้รับการยอมรับจากคนอื่นอยู่ตลอดเวลา
.
การเป็นตัวเองจึงเป็นความท้าทายที่หนักหน่วง
เพราะต้องใช้ความกล้า และพลังใจมหาศาล
ในการที่จะก้าวข้ามความกลัวเหล่านั้นไปได้
.
เมื่อไรที่เราสลัดความกลัวทั้งหมดออกไป
และกล้าที่จะเป็นตัวเองตามที่ใจเราบอกได้
โดยที่คำตัดสินของคนอื่นไม่มีอิทธิพลต่อใจของเรา
เมื่อนั้นเราจะมีอิสรภาพในชีวิตอย่างแท้จริง
.
ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาอ่านนะคะ
.
#Comment ได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ
#Share วนๆ ไป ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคนที่คุณรัก หรือคนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ขัดใจ
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด