เรา “หักหลัง” หรือ “ทรยศ” ตัวเองหรือเปล่า?

หักหลังตัวเอง

ทุกครั้งที่เรา “ไม่ทำ”
ในสิ่งที่รู้อยู่แก่ใจว่า “ควรทำ”
ก็คือการ “หักหลัง” หรือ“ทรยศ” ใจตัวเอง
.
ยิ่งเรา “หักหลัง” หรือ“ทรยศ” ใจตัวเองมากขึ้นเท่าไร
เราก็ยิ่ง “เคารพ” และ “ให้เกียรติ” ตัวเองน้อยลงเท่านั้น
.
การถูกใครหักหลัง หรือทรยศ
ก็ไม่เจ็บปวดเท่ากับ
“การหักหลัง” หรือ “การทรยศ” ตัวเอง
.
ถ้าเรายังไม่สามารถ “เคารพ” และ “ให้เกียรติ” ตัวเองได้
เราจะไม่มีวันคู่ควรได้รับการ “เคารพ” และ “ให้เกียรติ”
.
ถึงแม้เราจะได้รับการเคารพ หรือเกียรติจากใคร
แต่ในใจลึกๆ ก็จะฟ้องว่า เรา “ไม่คู่ควร”
.
ขอบคุณทุกคนที่สละเวลาอ่านนะคะ
.
#Comment ได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ
#Share วนๆ ไป ถ้าบทความนี้เป็นประโยชน์กับคนที่คุณรัก หรือคนที่คุณรู้จักได้ค่ะ
.
#ขัดใจ
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

ไม่ต้อง “อดทน”

%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%97%e0%b8%99

เมื่อได้ยินคำว่า “อดทน” แล้ว รู้สึกอย่างไร
คำนี้ให้ความรู้สึกว่า
จำเป็นต้อง “แบก” ความรู้สึกที่ไม่ชอบต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเอาไว้
และเกิดความหนักขึ้นกับ “ใจ”
หรือที่เรียกว่า “หนักใจ” นั่นเอง
.
ถ้าทำให้เห็นภาพได้ง่ายขึ้น
ก็เปรียบเทียบเหมือนกับการแบกของหนักเอาไว้นานๆ
กล้ามเนื้อก็จะเกิดการล้าจนทนไม่ไหว
และผลสุดท้ายก็ต้องปล่อยของที่แบกเอาไว้ทิ้งไป
.
การ “อดทน” ไม่ได้ให้ผลดีใดๆ
แต่ยิ่งเป็นการกดทับความรู้สึกที่ไม่ดีเอาไว้ภายในใจ
ถ้าคนไหนมีสติมาก
ก็พอที่จะต้านแรงกดดันที่ถูกสะสมอยู่ในใจได้ไหว
แต่ถ้าคนไหนมีสติน้อย
แรงกดดันที่เก็บสะสมอยู่ภายในใจ
ก็พร้อมที่จะระเบิดออกไปทำลายทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว
หรือแม้กระทั่งทำลายชีวิตตัวเอง
.
วิธีการรับมือกับสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ชอบใจ
จึงไม่ใช่การใช้ความ “อดทน”
เพราะการ “อดทน” ไม่ใช่วิธีการที่ทำให้ปัญหาหมดไป
แต่กลับเป็นการเก็บสะสมปัญหานั้นเอาไว้
.
ดังนั้น วิธีการรับมือกับสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ชอบใจที่ได้ผล
ก็คือ การทำความ “เข้าใจ” และ “ยอมรับ” กับสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น
เพราะนั่นคือ การปล่อยวางสิ่งนั้นลง นั่นเอง
เมื่อไม่แบกความรู้สึกที่ไม่ดีไว้
ใจมันก็ไม่หนัก ใจมันก็เบาสบาย ใจก็เกิดความสุข
.
เลิกใช้คำว่า “อดทน”
และเปลี่ยนมาใช้คำว่า “เข้าใจ” และ “ยอมรับ” แทน
แล้วจะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น และมีความสุขมากขึ้น

.
ขอบคุณทุกคนมากๆ ที่ติดตามอ่าน
และเป็นกำลังใจให้กับผู้เขียนนะคะ
.
#Comment แสดงความคิดเห็นได้อิสระค่ะ
#Like เป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ
#Share วนๆ ไปให้คนที่คุณรัก คนที่คุณรู้จักนะคะ
.
#ขัดใจ
#ด้วยรักและปรารถนาดี
#ชุมชนแห่งการคิดบวก
#ธรรมะกับกฎแรงดึงดูด
#สังคมแห่งการแบ่งปันกำลังใจ
#โลกของคุณถูกกำหนดด้วยความคิด
#ชีวิตมีคุณค่าเพียงแค่ทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้นอีกนิด

วินมอเตอร์ไซด์สุดแมน นั่งเฝ้าลูกค้าสาวเมาปลิ้นขึ้นห้องไม่ได้ถึงตี 5

วันนี้นำข่าวดีๆ ของคนดีอีกคนหนึ่งที่น่าชื่นชมมาฝากกันอีกเช่นเคยค่ะ

ข่าวดีข่าวนี้เป็นเรื่องราวของพี่วินมอเตอร์ไซด์คนหนึ่งที่รับลูกค้าสาวมาจาก RCA ในสภาพที่เมาปลิ้นไม่รู้สึกตัว พี่เขาพามาส่งถึงหน้าที่พัก แต่สาวเมาขนาดหนักไม่สามารถขึ้นห้องได้ พี่วินแกก็กลัวจะเกิดอันตรายกับน้องถ้าเกิดปล่อยให้นั่งนอนอยู่หน้าที่พักคนเดียว ก็เลยนั่งเฝ้าน้องเขาจนถึงเวลาตี 5 เมื่อน้องคนนี้สร่างเมาพอเดินไหว พี่วินก็ช่วยพยุงพาน้องขึ้นไปที่ห้องพัก และส่งที่หน้าประตูห้องอย่างปลอดภัย

ขอบคุณที่มา : YouLike (คลิปเด็ด) และโชว์ข่าว

 

แท็กซี่ดีๆ ยังมี เจอแบบนี้ ต้องช่วยกันแชร์!!!

https://www.khaosod.co.th/wp-content/uploads/2017/01/

หลายครั้งที่ได้ยินแต่คนพูดถึงคนขับแท็กซี่มารยาทไม่ดี วันนี้เรานำข่าวดีมาฝาก เพื่อจะบอกว่าสังคมไทยยังมีคนขับแท็กซี่นิสัยดีอยู่ เรามาช่วยกันส่งเสริมสนับสนุนพวกเขากันนะคะ จะได้เป็นแรงกระตุ้นให้มีคนขับแท็กซี่ที่ดีเพิ่มมากขึ้น ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์จากการได้รับการบริการที่ดีขึ้นด้วยค่ะ

เรื่องราวนี้โพสต์โดยคุณ Ssojinp Amas  ว่า คือเรื่องนี้ปล่อยผ่านไม่ได้จริงๆ คือเรานั่งแท็กซี่แล้วลุงแท็กซี่ไม่รู้ทาง โอเคขับงมทางกันไป พอสักพักนึงเริ่มรู้สึกหลงละไง ลุงแท็กซี่เลยจอด และคิดดูว่ามันเปลี่ยว ตอนนั้นเวลา 5 ทุ่มครึ่ง ตอนแรกคิดในใจ มึงจะทำไรกูป่ะว่ะ แต่เอาเหอะไม่กลัว พร้อมสู้

ผลคือลุงเปิดไฟ ใส่แว่น หยิบแผนที่ขึ้นมาดู โอ้ยยยย แล้วพูดจาดีมากๆ บอกว่าลุงไม่เคยมา ไม่แน่ใจ แต่รับมาแล้วยังไงก็จะไปส่ง ถ้าหนูรำคาญจะเรียกคันใหม่ก็ได้ นี่บอกไม่เป็นไรๆ ค่ะ ได้หมดๆ

แล้วผลคือหลงแหละ แต่ลุงบอกว่าไม่อยากให้มองลุงไม่ดี เคยมาเท่าไหร่? เราบอกตรง เลยว่าเราเคยมา 100 บาท หรือประมาน 120 แต่ว่าตอนนั้นอ่ะ มิเตอร์มัน 150 แล้วไง แต่ยังไม่ถึงเลย อยู่ๆ ลุงก็กดปิดมิเตอร์เลย แล้วบอกให้เท่าที่หนูเคยมาก็พอ ดีอ่ะ แล้วพูดจาดีกริยาดี

พอถึงที่หมาย เราจ่าย 200 เราตั้งใจให้เค้าเลย 200 เพราะเราอยากให้คนที่เค้าทำความดีรู้สึกว่าความดีทำแล้วไม่ใช่สิ่งที่เห็นผลช้า อยากให้เค้าเป็นคนดีที่ทำดี และได้สิ่งดีๆต่อไป

ลุงเค้าก็บอกให้เอาเงินถอนนะ แต่เราไม่เอา พอลง ยามที่คอยเปิดประตูบ้านให้เราไม่รู้หายไปไหน เราเลย ยืนรอหน้าบ้าน ลุงแท็กซี่ก็กลับรถและรอเป็นเพื่อน แกบอกทำไมไม่เข้าบ้านไม่หล่ะหนู เราบอกไม่รู้ยามหายไปไหนต้องให้เค้าเปิดประตูให้ พอสักพัก ยามมา ลุงเลยขับแท็กซี่ออกไป ดีมากอ่ะ #แท็กซี่ดีๆยังไม่ตาย #ทำดี

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : ข่าวสด

 

ตำรวจช่วยหนุ่มคิดสั้นจะผูกคอตายไว้ได้ทัน “เพราะอยากให้น้องมีชีวิตอยู่ต่อไป”

untitled8

วันนี้มีข่าวตำรวจน้ำดีที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างน่าชื่นชมมากฝากกันค่ะ ปรบมือให้รัวๆๆๆๆๆ ค่ะ

สมาชิกเฟซบุ๊กเพจ “สน. ดอนเมือง” โพสต์ภาพ และเล่าถึงเหตุการณ์ ขณะที่หนุ่มคนหนึ่งพยายามคิดสั้นผูกคอตาย แต่โชคดีมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดอนเมือง รหัส 6642 มาช่วยเหลือไว้ได้ทัน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวยังได้ปลอบใจ และให้กำลังใจชายหนุ่มคนนี้ว่า “ช่วยกันปลอบใจ และให้กำลังใจ ให้น้องได้อยากมีชีวิตต่อไป ถึงแม้ชีวิตมันจะอยากลำบากแค่ไหนหรือเจ็บใจกับเรื่องอะไร ก็ขอให้เรามีชีวิตต่อไป เพื่อวันข้างหน้า วันที่จะเป็นของเรา”

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีสมาชิกท่านอื่นเข้ามาให้กำลังใจหนุ่มคนดังกล่าว และกล่าวชื่นชมการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนายนี้อย่างดีเยี่ยม

ขอบคุณภาพและข้อมูล : เฟซบุ๊ก สน.ดอนเมือง

 

สาวหล่อน้ำใจงามเอาข้าวไข่เจียวมาแจกให้คนบนรถทัวร์ที่ติดน้ำท่วมที่บางสะพาน

Untitled8.jpg

 

วันนี้มีข่าวเกี่ยวกับการทำความดีมาฝากกันอีกแล้วค่ะ เป็นเรื่องราวของคนไทยน้ำใจงามที่ยื่นมือมาช่วยเหลือคนไทยด้วยกันในยามทุกข์ยาก น่าปลื้มใจที่ประเทศไทยเต็มไปด้วยคนดีมีน้ำใจเช่นนี้นะคะ

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ Jutamas Wanphloen ซึ่งเป็นผู้ประสบปัญหาจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางสะพาน ติดอยู่รถทัวร์ที่ไม่สามารถเดินทางได้พร้อมกับผู้โดยสารจำนวนมาก เธอจึงโพสต์ของความช่วยเหลือในกลุ่มเฟสบุ๊ก “คนรักบางสะพาน” เพื่อขอความช่วยเหลือ

ภายหลังจากที่เธอโพสท์ข้อความขอความช่วยเหลือ ก็มีสาวหล่อน้ำใจดีหิ้วข้าวไข่เจียวมาแจก ซึ่งสร้างความซาบซึ้งใจให้กับคนบรถทัวร์อย่างมาก และเจ้าของเฟสบุ๊กที่แจ้งขอความช่วยเหลือ ก็ได้ออกมาโพสท์ข้อความอีกครั้งว่า “ขอขอบพระคุณมากๆๆๆ นะคะ เป็นมื้อที่กินข้าวไข่เจียว ที่อร่อยที่สุดเลยค่ะ ซึ้งน้ำใจ คนบางสะพาน ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ขอบคุณจริงๆๆ”

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : kaijeaw.com

 

 

พ่อแม่ไม่มีเงินรักษาลูก คุณหมอใจบุญบอก…”เข้าไอซียูช่วยก่อน เรื่องเงินไว้ทีหลัง”

12400783_543647499130798_7910936218308888778_n

ดูข่าวดีกันรัวๆๆๆๆๆ มีข่าวดีที่ไหน ก็ต้องตามไปดู และช่วยกันเชิดชูคนทำความดีกันค่ะ

นายแพทย์ พิพัฒ เคลือบวัง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขากุมารเวชกรรมกลุ่มงานกุมารเวชกรรม รพ.แม่สอด ได้โพสท์ภาพทารกในตู้อบ พร้อมเรื่องราวสุดสะเทือนใจว่า

ทารกพม่า เพิ่งเกิด 8 ขีด พ่อแม่ไม่มีตังค์ เซ็นต์ไม่ขอเข้าไอซียู 12 ชม. แล้ว เขียวแล้ว เหนื่อยมากแล้ว ชีวิตหมอทนดูทารกน้อยทรมานไม่ได้ “เอาเข้าไอซียู ช่วยก่อนครับ เรื่องเงินไว้ทีหลัง” เช้านี้ดีแล้ว มีแววอีกนาน ตัดสินใจไปแล้ว มีปัญหา มีข้อจำกัดก็แก้กันไป หมอช่วยแล้ว หนูช่วยลุงหมอด้วยนะ หายใจเข้าไว้ลูก หายใจเข้าไว้ สู้ๆ นะ

ทั้งนี้ รพ.แม่สอด เป็นโรงพยาบาลชายแดนที่ต้องแบกรับภาระการรักษาคนไข้ที่ไม่มีสัญชาติ ไม่สามารถเบิกงบประมาณบัตรทองได้ปีละจำนวนมาก ซึ่งต้องหางบประมาณมาช่วยดูแลผู้ป่วยด้วยหลักมนุษยธรรมเป็นที่ตั้ง

รพ.ยืนยันจะดูแลน้องเต็มที่ ผู้ใจบุญบริจาคช่วยค่ารักษาได้ที่                                                                             มูลนิธิ รพ.แม่สอด  บัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 3021363708 ธนาคารกรุงศรี

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : เฟสบุ๊ค พิพัฒ เคลือบวัง

ครูสาวแบกนักเรียนหญิงป่วยหนัก เดินลงจากดอยไปส่งโรงพยาบาล

12400783_543647499130798_7910936218308888778_n

วันนี้มีข่าวดีๆ ของคนดีศรีสังคมที่สุดน่าประทับใจมาฝากกันอีกเช่นเคยค่ะ ใครทำดีเป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องช่วยส่งเสริมสนับสนุนกันนะคะ

เรื่องราวที่น่าประทับใจระหว่างครูสาวกับลูกศิษย์นี้ เปิดเผยโดยเฟซบุ๊คของคุณ ภาณุ วงษ์ถาวรเรือง ลูกพ่อขุนสรรค์ ได้โพสต์ภาพของครูรัชนก เงินงามมีสุข ครูดอย กศน.อ.ท่าสองยาง เดินแบกร่างลูกศิษย์ที่ล้มป่วยหนักลงจากดอย เพื่อไปส่งที่โรงพยาบาล โดยระบุว่า “ครูดอยไม่ใช่แค่คนที่สอนหนังสือ แต่ยังเป็นพ่อ-แม่ เป็นหมอ เป็นช่างตัดผม เป็นทุกๆอย่าง ภาพวันนี้ครูรัชนก เงินงามมีสุข ครูดอย กศน.อ.ท่าสองยาง ขณะกำลังแบกนักเรียนที่ป่วยอาเจียนหมดแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ ตอนนี้นำส่งโรงพยาบาลท่าสองยางถึงมือแพทย์แล้ว ครูขึ้นดอยนำนักเรียนส่งหมอแม้จะเป็นช่วงเวลาวันหยุดของครูดอย ในโลกนี้ยังมีคนดีๆ อีกมากที่คุณไม่รู้ว่าพวกเขาทำอะไรอยู่”

ครูรัชนกเป็นครูที่มีความห่วงใยในลูกศิษย์ ลำบากแบกหนูน้อยลงจากยอดเขา เมื่อถึงโรงพยบาลก็นั่งเฝ้าไม่ห่าง ถือว่าเป็นตัวอย่างแม่พิมพ์ของชาติที่ดีจริงๆ คนหนึ่งที่น่ายกย่องมากๆ ค่ะ

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : เฟซบุ๊ค ภาณุ วงษ์ถาวรเรือง ลูกพ่อขุนสรรค์